個人檔案~* O ne m an st o r y *~相片部落格清單 工具 說明
5 March

One man strory. Chapter 3.

Chapter 3.
 
                      "หล่อนเลิกกะแฟนแล้ว แต่อาการของหล่อนนั้นน่ะดีขึ้นมากจนผิดหูผิดตา ไม่รู้เหมือนกันว่าดีขึ้นจริงจริงแล้วหรือแค่กำลังทำใจอยู่เหมือนกัน แต่การที่ได้เห็นหล่อนยิ้มได้ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับคนที่แอบรักอย่างเค้านี่แหละ
                       ไม่รู้เหมือนกันว่า...จะอดทนเก็บความลับของเค้าไว้ได้นานแค่ไหน เพราะตอนนี้มันเหมือนว่าอกจะระเบิดออกมายังไงยังงั้น ตอนนี้เค้ารู้สึกอึดอัดในใจมากกว่าหล่อนหลายเท่านัก หล่อนยังทำตัวเป็นปกติกับเค้าเหมือนเดิม แต่เค้านี่สิ ไม่รู้ว่าจะสามารถเก็บอาการได้นานอีกแค่ไหน  เพราะบางครั้งเค้าก็แอบคิดปเองว่า ที่หล่อนเลิกกับแฟนน่ะ เป็นเพราะว่าหล่อนอาจจะชอบเค้าก็เป็นได้ แต่ถ้าหากมันไม่ใช่อย่างนั้น การที่เค้าเอ่ยปากบอกความในใจออกไป อาจไม่ใช่ผลดีของเค้าก็ได้ ฉะนั้น การเก็บความรู้สึกอันนี้เอาไว้เอง อาจเป็นผลดีต่อคน 2 คนนี้ ก็เป็นได้
                       เมื่อก่อนนั้น..เค้าเคยคิดว่า หากเค้าได้เลือกที่จะคบกับผู้หญิงคนไหนแล้ว เค้าก็จะคบกับผู้หญิงคนนั้นเพียงคนเดียว ตอนนี้สิ่งที่เค้ากำลังเป็นอยู่ มันอาจจะดูเหมือนไม่ใช่ซะแล้ว เพราะเค้าก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังไปรักใครคนนั้นเข้าอีกคน มันเหมือนโกหกคำพูดของตัวเค้าเอง แต่เค้าไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย เพราะหากจะถามว่าผู้หญิงคนที่เค้าต้องการจะรักและจริงจังด้วยนั้นน่ะ ไม่ใช่ทั้ง 2 คน ไม่ใช่คนรักที่คบหากันมานาน แต่เป็นคนที่เค้าแอบมองอยู่ทุกวันต่างหาก แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการโกหกตัวเองอย่างไรกัน
                       บางทีการออกไปดื่มแอลกอฮอลล์ให้หน้ามันร้อนมันแดง อาจจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับคนที่กำลังอึดอัดใจอย่างเค้า ก็ไอ้น้ำเมานี่แหละ ที่จะนั่งฟังเราเป็นคนพูดเพียงอย่างเดียว ไม่มีด่า หรือตอบโต้อะไร แล้วเราก็จะได้ไม่ต้องคิดอะไร เพราะว่ามันน่ะ จะชวนเพื่อนเรามานั่งคุยด้วย แล้วเรา ก็จะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องหล่อนคนนั้นอีกไง ช่างเป็นอะไรที่ดีเหลือเกิน
                      แต่หลังจากกินน่ะสิ....เค้าลืมไปซะแล้วว่า การกินไอ้ที่อยู่ในขวดน่ะมันจะเป็นการที่ทำให้ไอ่ความหน้าด้านหน้าทนที่อยู่ในตัว เปิดเผยออกมา แล้วเมื่อปีศาจร้ายเข้ามาสิงอยู่ในร่างแล้ว ใครจะห้ามมันได้ มันมีแต่ยุให้เค้าเผยความในใจออกไปทั้งที่เมื่อตอนแรก เรากลัวจะผิดหวังแทบเป็นแทบตาย แต่ตอนนี้คงไม่ใช่แล้ว เพราะตอนนี้เค้ากำลังกดโทรศัพท์ต่อเข้าไปในห้องของหล่อนโน่นแล้ว......แล้วมนก็ไหลออกมาจนหมดหัวใจ
 
.........................................................................
 
เช้าวันใหม่แล้ว แต่เรื่องเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในหัวอยู่เลย ตอนนี้เรื่องที่อึดอัดคงไม่ใช่เรื่องที่แอบเก็บความรู้สึกไว้ แต่คงเป็นเรื่องที่ดันไปเผยความรู้สึกให้หล่อนรู้ต่างหาก ใจนึงก็ได้แต่คิดว่า ไม่น่าบอกหล่อนไปเลย แต่อีกใจนึงก็ได้แต่บอกตัวเองว่า ดีแล้ว นายทำถูกแล้ว 
                       ไม่รู้ว่าหล่อนจะคิดอะไรบ้างกับสิ่งที่เค้าพูดออกไป หรืออาจจะไม่คิดอะไรเลย บางทีถ้าคนเราพูดออกไปในอาการที่เมานั้นน่ะ ใครจะอยากเชื่อ ในใจเค้าก็แอบหวังอยู่เหมือนกันว่าบางทีหล่อนอาจจะรู้สึกเช่นเดียวกับเค้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น เค้าก็คิดไปเอง  เค้ายังไม่รู้เลยว่าจะโทรหาหล่อนอีกดีรึปล่าว เพราะเค้าไม่กล้าที่จะเอ่ยข้อความใดๆผ่านทางโทรศัพท์เลย มันเป็นสิ่งที่คาดเดายากเหลือเกินกับใจของผู้หญิงที่จะคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องความรัก
                       หากจะถามเค้าตอนนี้ว่าทำไมถึงได้คิดเป็นจริงจังกับผู้หญิงคนนี้นัก เค้าก็คงตอบได้แต่ว่าเค้าเอง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เค้าก็รักหล่อนไปแล้ว"

 

 
 2 B continue......
Written by   Bz
 
 
ปล.ขอบคุณที่อ่านไม่รู้เรื่องก้อยังอ่านนะคับซึ้งจิงๆ
 
..........................................................................................................................................
 
อันนี้ไม่เกี่ยวกะข้างบนนะคับ คือตอนนี้อ่ะจะว่าสอบเส็ดแล้วก้อว่าได้มั้ง ถึงเวลาพักกันเสียที จะเอฟกี่ตัวก้อม่ารุ ยังไงเอาใจช่วยผมด้วยนะคร้าบบบบ
 
          แล้วจะมาอัพใหม่คับ...ขอให้เพื่อนๆโชค A ทั่วหน้าคร้าบ ...
 
คิดถึงแกว่ะ กติกา
22 February

One man story. chapter 2

Chapter 2.  
 
 
 "จากสิบกลายเป็นร้อย จากร้อยกลายเป็นพัน จากพันกลายเป็นหมื่น ฉันใดก็ฉันนั้น เหมือนกันกับตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ของเค้ากับหล่อนเพิ่มขึ้นเหมือนกัน ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเคย จากที่เค้าเคยคิดกับหล่อนเพียงแค่คนรู้จักคนหนึ่ง แค่เพิ่อนร่วมหอที่บังเอิญเจอหน้ากันทุกเย็นโดยที่หล่อนไม่รู้หรอกว่า ความบังเอิญนั้นมาจากความตั้งใจของใครสักคน ที่แค่อยากจะทักเธอว่า "ทานข้าวแล้วหรอ"
 
            ไม่เกี่ยวกับว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เค้าชอบเธอมากแค่ไหนต่างหาก เพราะเหตุผลที่ทำให้คิดอย่างนี้ เพราะตอนนี้ เค้าเริ่มจะหวั่นไหวกับความรู้สึกของตัวเองเข้าให้แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เค้าเป็นอย่างนี้ แต่ที่รู้อย่างเดียวตอนนี้ก็คือ เค้าจะทำอย่างไร ให้ได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นเท่านั้นเอง
              
             ความรู้สึกตอนนี้มันไม่ได้ต่างอะไรไปกับผู้ร้ายที่คอยจะลอบแทงข้างหลังคนรักของตัวเอง และแทงซึ่งๆหน้า ของคนรักหล่อน เหมือนกับว่าตอนนี้ อะไรก็ทำให้เค้าเป็นคนไม่ดีไปหมด แต่เพื่อครอบครองหัวใจหล่อนแล้ว เค้ายอมที่จะเป็นตัวโกง มากกว่าพระเอกเสียอีกนี่สิ  หวั่นไหวแหละ เค้าต้องยอมรับความรู้สึกตอนนี้อย่างจัง บางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าหล่อนจะแอบมีใจให้เค้าบ้าง เพราะกริยาบางอย่างอย่างมันเผยออกมาแบบนั้น แต่ไม่สามารถถามหรือพูดออกมาได้เลย... ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน ไม่รุ้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ เหมือนกับเราโดนเสี้ยนปัก แล้วเราไม่สามารถเอามันออกมาได้ ทั้งที่ก็เห็นมันอยู่ ว่ามันจมอยู่ตรงนั้น
 
             เค้าเริ่มจะสงสัยแล้วสิ ว่าพอจะมีความเป็นไปได้อะไรไหม ที่พอจะทำให้เธอรู้ความรู้สึกเค้าบ้าง อย่างน้อยก็ขอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้สักหน่อยเหอะ แม้หล่อนจะไม่รู้ว่าเค้านั่นแหละ เป็นคนที่คอยแอบมองว่าวันไหน หวานใจของเธอจะมาเยี่ยมหาสักที วันนั้นก็จะได้ไม่โทรไปสร้างความลำบากใจให้กับเขาทั้งคู่ แต่วันไหนสังเกตุว่าไม่มีอะไรนี่สิ โทรศัพท์เป็นไฟเชียว
              
             บางที....ถ้าปล่อยให้เรื่องของเราอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป มันก็คงดีอยู่แล้ว แต่เค้าน่ะสิ ดันคิดไปมากกว่านั้น ความรู้สึกที่เลยเถิดนี้แหละ ที่เขาหยุดมันไม่ได้แล้ว คล้ายกับที่คนเคยบอกไว้แหละว่า "ชอบคนเก่า รักคนใหม่"  บอกไม่ได้จริงๆว่ามันจะหยุดได้ไหม หรือมันจะเพิ่มขึ้นอย่างนี้เรื่อยๆ บอกไม่ได้จริง
 
             แต่.............
 
             ช่วงเวลาที่กำลังนั่งเพ้อคนเดียวนั้น เค้าไม่คิดไม่ฝันหรอกว่า การที่เห็นคนรักของหล่อนมาที่หอนี้ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ จะเป็นการมาบอกลาของคนสองคน.... หล่อนกับคนรักจบกันแล้ว ใจนึงอยากถามว่า ไหนบอกว่าไม่มีแฟน อีกใจนึงก็อยากปลอบใจ แต่สุดท้าย เค้าก็ต้องเลือกอันหลัง
 
              เวลานี้...หล่อนคงจะรู้สึกเศร้าเพียงใจเหลือเกิน แต่หารู้ไม่ว่าใจของเขากำลังเป็นสุขอย่างมาก ไม่ใช่ที่เห็นเธอร้องไห้ แต่เพราะเค้าจะได้แสดงออกมาได้เสียที กับความรู้สึกที่เก็บไว้มานานเหลือเกิน นานจนกลัวว่ามันจะบูด ทั้งที่มันก็ไม่ใช่ขนมหวานที่จะเน่าเสียในวันสองวัน แต่เค้าก็ดีใจ ที่จะเผยความรู้สึกสักที....

                               

                                   

 

To be continue.....

 

 

Written by bZ

 

21 February

One man story. Chapter 1.

คือว่า...
 
มีแต่คนถามผมมาว่า "เมื่อไหร่จะอัพสเปซซะทียะ"  ผมก้อคิดว่าถ้าไม่อัพ สเปซผมคงไม่เน่าหรอกมั้งคับ
 
ความจิงสเปซ ไม่ใช่ไดอารี่นะ ไม่จำเปงต้องอัพทุกวันก้อได้ อานนี้ผมคิดไปคนเดวนะ เอิ้กกๆ ใครจะมีเรื่องให้เล่ามากมายขนาดนั้น วันนึงมี 24 ชม. ผมจะต้องเจอเรื่อราวสักกี่เรื่องกัน ผมก้อเก็บแต่อารายที่รู้สึกว่าอยากเล่าแหละคับ เอามาลงสเปซ
 
               Where where is where where . (ไหนๆก้อไหนๆ)...ผมก้อเลยใช้ความคิดอยู่ว่า จะเอาเรื่องไรมาเขียนดี..ใช้ความคิดมากนะเนี่ย..จ่ายตังมา
 
                แล้วผมก้อคิดได้ว่า มีเรื่องจะเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง คือมันอยากเล่าอ่ะ..ฟังดิจะเล่าแล้ว
 
เอ้า..ฟังน้า  อาแฮ่มๆ
 
เรื่องมีอยู่ว่า........
 
Chapter 1.
 
                 "ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมามองนอกห้องตอนเย็นๆ เขาจะเห็นหล่อนเดินออกไปข้างนอกคนเดียว แล้วจะกลับมาพร้อมข้าวกล่องนึง เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงเป็นอย่างงั้น แล้วก็เป็นอย่างนี้ประจำจนชินตา ไม่ทุกวันแต่ก็จะแทบทุกครั้งที่เค้ามองไปเจอ  ถ้าจะถามว่าทำไมถึงไม่เจอตอนเช้า ก็มีอยู่เหตุผลเดียวน่านแหละ คือ....ไอ่เรามันตื่นสายนี่
 
                  เขา มีโอกาสได้รู้จักกับหล่อนเข้าแล้ว แต่เขาก็ไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนน่ะ จะมีตัวจริงอยู่
 ก็ทุกครั้งที่ถาม ก็เป็นหล่อนเองนั่นแหละที่ตอบว่า "ไม่มี" แล้วไอ้เจ้าคำตอบนั้นเอง ที่ทำให้เค้าเริ่มจะเผลอใจให้หล่อนไปเรื่อยๆ ทั้งที่เค้าก็มีแฟนแล้ว.....  อาการของคนที่มีแฟนเจอกับคนที่มีแฟน มันแสดงออกมามากไม่ได้ เพราะเราจะรู้สึกว่า เราไม่ซื่อสัตย์
 
"กับคนรักของเรา"
 
                   เวลาผ่านไปทุกวัน เหมือนกับที่เข็มนาฬิกาไม่ยอมหยุดหมุนสักที ความรู้สึกจากที่แอบชอบเริ่มมากขึ้น
เขาไม่รู้ที่จะบอกหล่อนยัง ก็เพราะว่าเค้าก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่ดั้นนนนนน ไปบอกว่าไม่มี ก็เลยต้องเก็บเอาไว้..ต่อไป
แม้จะรู้ดีถึงอีกเหตุผลที่ไม่สามารถบอกเธอได้ก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คือตัวของเค้าเอง
                
                   วันเวลาผ่านไปแล้วเค้าและหล่อนก็ยังเจอกันอยู่บ่อยๆ จากไม่กล้าพูด ไม่กล้าทัก ก็กล้าโทรหาเรื่อยๆ เริ่มชินบ้างแล้วที่จะส่งยิ้มให้ เริ่มกล้าที่จะมองหน้าหล่อนอย่างเต็มๆ 2 ตาสักที แล้วมันก็ทำให้เค้ารู้สึกยากที่จะปฏิเสธได้ว่า เค้าหลงรักหล่อนคนนี้เข้าเต็มๆ...
 
มันยากที่คนหนึ่งคนจะเจอกันและรู้จักกัน แต่มันยากยิ่งกว่าเมื่อจะห้ามความรู้สึกไม่ให้ผูกพันธ์.. กับคนที่ปลาบปลื้มเหลือเกิน
 
                   เวลานั้นเค้าคงไม่คิดหรอกว่าหล่อนจะคิดอะไรมากมายแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหวังให้หล่อน คิดในทางตรงกันข้ามกับเค้า เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ที่จะทำให้ 2 เส้นขนาน เวียนมาบรรจบกัน เพราะทางที่กั้นอยู่นั้นก็คือคนที่ทั้ง 2 คนรักหมดใจ
 
                   ไม่สามารถจะบอกได้ว่าเราซื่อสัตย์กับคนรักของเค้าอย่างเต็มร้อย แต่อย่างน้อยเค้าก็บอกได้ว่าตอนนี้ เค้าชอบเธอเข้าแล้วจริงๆ
 
 
 

                                                                                                                       To be continue.....

                                                                                 

 

 Written by bZ

 

 

11 February

จบแล้ว...

ตอนนี้เวลา 2.10 น.
 
คือวันนี้เวลา 8.00 น. รุ่นพี่ผมก้อจะเรียนจบกันแล้ว.. อยากเรียนจบแบบเค้าบ้างจัง
ตอนนี้ความรู้สึกมันใจหายยังไงไม่รู้เหมือนกัน เพราะคนเคยเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน..จะมาจากกันไปละ
 
................................
 
ถ้าพี่จากไปกลับมาทักน้องๆบ้าง...น้องๆทุกคนรักและเปงห่วงพี่ๆทุกคน
 
ขอให้พี่ๆโชคดีครับ
 
แล้วเจอกัน.....
 
นาย พัฒนพงษ์ เสริมสุข อทส.1/ข เลขที่ 19 รหัส 264820204021-2
คับ
8 February

อิเล็กฯแล้วงายฟะ

หวาดเดครับ เพื่อนๆ

       คือพอดีว่า เพื่อนผมคับ ไอ่ต่ออ่ะ มันเอาเขียนเรื่อง โดยการเม้าท์เรื่องคนๆนึง(ม่าบอกว่าเปงใคร ใครมาเม้นก้อห้ามเอ่ยชื่อด้วย) ผมยอมไม่ได้คับ เลยต้องออกมาแก้ข่าวสักหน่อย ก้อของมันม่ายเปงความจิงคับ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ก้อคือ เรื่องมีอยู่ว่า....ฟังนะ

                             

 

          คืนหนึ่ง เขาคนนั้นก้อออกไปเที่ยวตามปกติของเขา เอ้ ปอนด์ แล้วก้อพวก Tc แนน อีฟ ก้อกินกันในนั้นสักพัก (ขอไม่บอกชื่อร้านนะคับว่า โอลสคูล อ่าว...) ได้ที่แล้วคับจังหวะนัน ต่างคนก้อต่างเต้นกันแล้ว... ก้อจับจงหวะต้องเดินออกล่าเหยื่อพอดี..เหอะๆ แล้วก้อเจอเข้าพอดี..แป้ะแช้ะเลย โดนเข้าแล้ว สาวชุดเหลืองนี่ เตะตาชะมัด ว่าแล้วก้ออย่าช้าคับ เดินถือแก้วเข้าไปชน..กริ๊ง (มาแล้วๆ 1 ดอก) อย่าช้าคับ ในสนามรบ ความเร็วเท่านั้น ยิงไปเลย "ชื่อไรอ่าครับ".."หวานค่ะ"(ส่งยิ้มมาด้วย 1 ที) โอ้..ไม่ เข้าทางอารายเช่นนี้ หยุดไม่ได้คับ ต้องสานต่อ "เรียนที่ไหนคับเนี่ย".."มช.ค่ะ คณะวิจิตรฯ" เอ้าโดนอีกแล้วเด็กวิจิตรฯ "เรา...นะ" "ค่ะ นั่งโต๊ะไหนหรอ" "โน่นคับ"...."อ่อค่ะ" ยิ้มอีกแล้ว อารายจะน่ารักปานนี้ คุยกันได้สักพัก ก้อออกประมาณว่า อ่านะ ขอเบอร์ได้ป่ะ แล้วหวานก้อโอเชแล้วแต่...โทรสับไปไหน

 กำ โทรสับไม่มี ..อ่อ นึกขึ้นได้ว่ามากะไอ่ปอนด์ด้วยสิ โทรสับแกหรูซะด้วย ก้อเลยบอกให้หวานยืนรอ สักครู่ แล้วก้อกลับมาพร้อมมือถือ ..อย่าช้าคับ จังหวะนี้ "แล้วหวานเบอร์ไรหรอ" "0...."แต่กำ โทรสับไอ่ปอนด์ปลดล็อกยังไง ช่วงวินาทีนั้นเอง หวานเค้ามีเวลาว่างคับ เลยยิงคำถามมา 1 คำถามว่า.... "เรียนอารายหนอคะ"..ด้วยความซื่อ ก้อตอบไปตามความจิงว่า "อิเล็กฯคับ"...ปลดล็อกได้แล้ว..เย้ๆๆๆๆ แต่....พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหวานกระซิบอารายม่ารุอยู่กะเพื่อนแกข้างๆ..เริ่มมีลางสังหรณ์แปลกๆเข้ามา ผมเลยถามไปอีกครั้งว่า..."เบอร์อารายอ่าคับ"จังหวะนั้นเอง "เอ่อ หวานไม่ให้ดีก่า เอาไว้เจอกันในนี้นะคะ เด่วเพื่อนจะกลับแล้วค่ะ บายนะ" ......1ชุด.....แล้วก้อหายเลย ตอนแรกก้อจะให้เบอร์กัน..พอบอกว่าเรียนอิเล็กฯ ไหงหนีกันเฉย..ให้ตายสิ เซงจิคับเจองี้ พอกลับมาก้อเลยมาตั้งคำถามดู

"ว่าตูเรียนอิเล็กฯแล้วไงฟะ"

เฉง...

...อ่านแล้วเหยียบนะ ใครไม่เหยียบจะโดนเหยียบ!!!!!

ว่างๆจะมาอัพใหม่ ไปละ บายๆ

 

 

• Bz-to-Decimal •

第 1 張 / 共 97 張